ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงทางสังคมเกิดขึ้นบ่อยครั้ง และสถานการณ์ด้านความปลอดภัยสาธารณะก็ทวีความรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่บ้านและเมืองที่มักตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีประชากรเบาบางและค่อนข้างห่างไกล มีบ้านเดี่ยวและลานบ้าน อยู่ห่างจากบ้านเรือนข้างเคียงพอสมควร และส่วนใหญ่เป็นพนักงานออฟฟิศ บ้านจึงกลายเป็นเป้าหมายหลักของอาชญากร และความปลอดภัยในบ้านจึงมีความสำคัญเป็นพิเศษ
เรามักได้ยินคำกล่าวที่ว่า:
มีข่าวว่าชายสองคนใช้มีดปล้นร้านอาหารหม้อไฟ
คนร้ายลักพาตัวเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเพื่อเปิดตู้เซฟของโรงแรม
กลุ่มโจรหลายคนบุกปล้นร้านขายเครื่องประดับ ขโมยเครื่องประดับมูลค่ากว่า 2 ล้าน 100,000 ดอลลาร์ และฆ่าเจ้าของร้านที่เป็นผู้หญิง
เพื่อตอบสนองต่อเหตุการณ์นี้ อาริซาจึงเตือนชาวเน็ตส่วนใหญ่ว่า “คนที่มีครอบครัวร่ำรวยควรพยายามใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายและหลีกเลี่ยงการโอ้อวดความมั่งคั่งของตนเอง ส่วนประชาชนทั่วไปก็ควรเพิ่มความตระหนักรู้ด้านการป้องกัน ติดตั้งสัญญาณกันขโมยที่ประตูและหน้าต่างบ้าน และไม่ควรทิ้งของมีค่าไว้ที่บ้านมากเกินไปในเวลาปกติ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่ป้องกันได้เช่นนี้ซ้ำอีก”
จะแก้ปัญหาข้างต้นได้อย่างไร? อาริซาแนะนำระบบเตือนภัยกันขโมยสำหรับประตูและหน้าต่างภายในบ้าน มาพร้อมสติ๊กเกอร์ที่สามารถติดได้ทุกที่ที่คุณต้องการป้องกัน เมื่อโจรเปิดประตูหรือหน้าต่าง ระบบเตือนภัยจะส่งเสียงเตือนดัง 130 เดซิเบล ทำให้โจรตกใจ หากเจ้าของบ้านอยู่บ้าน เขาสามารถรู้ได้ทันทีและดำเนินการป้องกัน คุณยังสามารถใช้รีโมทเพื่อหยุดเสียงเตือนได้อีกด้วย คุณสมบัติอีกอย่างของระบบเตือนภัยนี้คือมีไฟแสดงสถานะแบตเตอรี่ต่ำ เมื่อไฟแสดงสถานะกะพริบเป็นสีแดง แสดงว่าแบตเตอรี่เหลือน้อยและผู้ใช้ต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่ ปลอดภัยและไร้กังวลมากขึ้น ทำให้ชีวิตในบ้านทันสมัยอย่างแท้จริง
เวลาโพสต์: 23 พ.ย. 2565

